กพท.คุมเข้มตรวจ เรียกนกแอร์เคลียร์ปมเครื่องดีเลย์

กพท.เรียก’นกแอร์’เคลียร์ปมเครื่องดีเลย์7ต.ค
กพท.เรียก “นกแอร์” 7 ต.ค. ชี้แจงเหตุพบผู้โดยสารร้องเรียนเครื่องบินดีเลย์กระทบการเดินทางบ่อยครั้ง นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ จะเรียกสายการบินนกแอร์เข้ามาชี้แจงกรณีที่มีข่าวผู้โดยสารร้องเรียนเกี่ยวกับเครื่องบินล่าช้าผิดปกติจำนวนเท่าไร เพราะตามปกติหากเป็นการดีเลย์ประมาณ 15 นาที หรือครึ่งชั่วโมง ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับปกติ แต่หากเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไปจึงจะถือว่าผิดปกติ

สำหรับการเรียกหารือครั้งนี้ต้องการรับทราบข้อมูลการให้บริการของทุกเที่ยวบินที่ผ่านมาว่ามีการดีเลย์เท่าไร ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนกี่เที่ยว และได้ดำเนินการตามกฎหมายการบิน คือการแจ้งผู้โดยสารและจัดอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารหรือไม่เพราะในเรื่องดังกล่าวมีขั้นตอนการปฏิบัติไว้อยู่แล้ว คงไม่ใช่การเรียกมาเพื่อที่จะพิจารณายกเลิกหรือเพิกถอนใบอนุญาตแต่อย่างใด

“ตามปกติเครื่องบินที่ดีเลย์จะมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพอากาศ เครื่องบินจากปลายทางยังเดินทางมาไม่ถึง การรอผู้โดยสารที่เช็กอินล่าช้า เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้ต้องพิจารณาด้วย เบื้องต้นยังไม่ได้รับข้อมูลจากการสายการบินนกแอร์หรือสายการบินอื่นที่ดีเลย์ผิดปกติคงต้องรอให้หารือกับทางนกแอร์ก่อนถึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสายการบินนกแอร์อาจเป็นเรื่องการยกเลิกเที่ยวบิน ต้องมาดูว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย หรือไม่” นายจุฬา กล่าว

ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ไม่อยากเห็นปัญหาเครื่องบินดีเลย์บ่อยครั้งเนื่องจากกระทบกับภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะบางสายการบินซึ่งมีความล่าช้า ตลอดจนยกเลิกบ่อยครั้ง ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องเร่งพิจารณาจำนวนเครื่องบินที่ให้บริการหากไม่เพียงพออาจต้องเพิกถอนการให้บริการในบางเส้นทางเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ได้สั่งให้ กพท.ออกแบบกติกาและกรอบบระยะเวลาในการจำกัดปัญหาดังกล่าวให้หมดไป

รายงานข่าวจาก กพท. แจ้งว่า สำหรับประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง การคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสารที่ใช้บริการสายการบินของไทยในเส้นทางบินประจำภายในประเทศ พ.ศ. 2553 ระบุว่า กรณีเที่ยวบินล่าช้าเกินกว่า 2 ชั่วโมง (ชม.)แต่ไม่เกิน 3 ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ผู้โดยสารตามความเหมาะสมกับระยะเวลาที่รอขึ้นเครื่องบิน เป็นต้น หากผู้โดยสารไม่ประสงค์เดินทางต่อไป ให้สายการบินคืนเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เรียกเก็บเต็มตามจำนวนส่วนกรณีล่าช้าเกินกว่า 3 ชม. แต่ไม่เกิน 5 ชม. สายการบินต้องปฏิบัติเหมือนกรณีแรก แต่เพิ่มเติม คือต้องเสนอให้ผู้โดยสารเลือกระหว่างรับเงินค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ถูกเรียกเก็บคืนเต็มตามจำนวนที่ชำระไปหรือเสนอเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่ระบุไว้ในบัตรโดยสาร

ทั้งนี้ หากล่าช้าเกินกว่า 6 ชม. ต้องจัดที่พักแรมให้แก่ผู้โดยสารตั้งแต่ 1 คืนขึ้นไป ขณะเดียวกันต้องจ่ายชดเชยเป็นเงินสด 1,200 บาท ให้ผู้โดยสารทันที เว้นแต่แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน เป็นต้น.

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.posttoday.com/biz/gov/458398